
ดูแลเรื่องพยาธิตามไลฟ์สไตล์สัตว์เลี้ยง
เห็บ หมัด และพยาธิภายใน
พยาธิ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณสุขภาพทรุดโทรมลงอย่างเงียบๆ วันนี้ เบลซ คลินิกสัตว์ ขอพาทุกคนมาทำความเข้าใจถึงอันตรายของพยาธิและ การป้องกันอย่างถูกวิธี
พยาธิคืออะไร
พยาธิ คือ สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตด้วยการเป็น "ปรสิต" โดยการอาศัยอยู่ภายในร่างกายหรือบนตัวของสัตว์อื่น (Host) เพื่อคอยแย่งชิงสารอาหาร หรือดูดเลือด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของร่างกายสัตว์เลี้ยง สามารถทำให้สัตว์เจ็บป่วย อ่อนแอได้
พยาธิแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ:
พยาธิภายใน (Endoparasites)
อาศัยอยู่: ระบบทางเดินอาหาร หัวใจ ปอด
ตัวอย่างเช่น: พยาธิตัวกลม, พยาธิตัวตืด, พยาธิแส้ม้า, พยาธิปากขอ, พยาธิหนอนหัวใจ

พยาธิภายนอก (Ectoparasites)
อาศัยอยู่: ผิวหนัง เส้นขน ใบหู
ตัวอย่างเช่น: เห็บ, หมัด, ไรหู, ไรขี้เรื้อน
อันตรายของพยาธิ
ภาวะขาดสารอาหารและแคระแกร็น
พยาธิภายในจะคอยแย่งสารอาหารที่สัตว์กินเข้าไป ทำให้สัตว์เลี้ยงตัวผอม พุงโต แต่ซี่โครงเห็นชัด และเติบโตได้ไม่เต็มที่
ภาวะโลหิตจาง
เห็บ หมัด หรือพยาธิปากขอ จะดูดเลือดสัตว์เป็นอาหาร หากมีปริมาณมากจะทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดภาวะโลหิตจาง เยื่อเมือกซีด อ่อนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะช็อกได้
ปัญหาระบบทางเดินอาหาร
ก่อให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสียเรื้อรัง หรือในกรณีที่มีพยาธิจำนวนมากอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้อุดตัน
พาหะนำโรคร้าย
เห็บ: เป็นพาหะนำโรคพยาธิในเม็ดเลือด
หมัด: สามารถก่อให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบจากการแพ้น้ำลายหมัดได้
ยุง: เป็นพาหะนำโรคพยาธิหนอนหัวใจ
อาการที่พบได้เมื่อติดพยาธิ
- ท้องเสีย หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- อาเจียน
- ขนร่วง หรือมีแผลบริเวณผิวหนัง
- คันบริเวณผิวหนังหรือหู
- อ่อนเพลีย อุจจาระมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- เห็นพยาธิในอุจจาระ หรือบนผิวหนัง
วิธีป้องกันการติดพยาธิ
- พาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิเป็นประจำทุก 3-6 เดือน ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
- รักษาความสะอาดของที่นอนและบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่
- ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บ หมัด อย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงให้สัตว์เลี้ยงกินหรือเลียสิ่งแปลกปลอม
- สังเกตอาการผิดปกติและพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีหากมีอาการ

ค่าบริการ
ค่าบริการถ่ายพยาธิ / ป้องกันปรสิตภายนอก
อาจแตกต่างตามน้ำหนักสัตว์
เริ่มต้นที่ 130 บาท
พยาธิมีวงจรชีวิตที่รวดเร็วและสามารถปนเปื้อนอยู่ได้ทุกที่ ทั้งในดิน หญ้า หรือแม้แต่ในอากาศ การถ่ายพยาธิและป้องกันพยาธิทั้งภายในและภายนอกอย่างสม่ำเสมอตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์แนะนำ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอายุที่ยืนยาว อยู่กับเราไปนานๆ
สำหรับเจ้าของที่ต้องการดูแลการถ่ายพยาธิอย่างต่อเนื่องตลอดปี
ทางคลินิกมีแพ็กเกจถ่ายพยาธิรายปี ที่รวมการถ่ายพยาธิภายในทุก 3 เดือน พร้อมตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์ทุกครั้งที่มา เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการดูแลและวางแผนการป้องกันพยาธิอย่างสม่ำเสมอ
บริการที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลูกสุนัขและลูกแมวสามารถเริ่มถ่ายพยาธิได้ตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ เนื่องจากอาจได้รับพยาธิผ่านมาทางรกหรือน้ำนมแม่
สุนัขและแมวโต แนะนำใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ และเห็บ หมัด ทุกเดือน สำหรับการถ่ายพยาธิในทางเดินอาหารควรถ่ายพยาธิทุก 3-6 เดือน ตามไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยง
แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง
การใช้ยาถ่ายพยาธิต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวสัตว์อย่างแม่นยำ หากได้รับยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายได้
นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเลือกตัวยาที่สามารถกำจัดพยาธิได้ตรงกับชนิดของพยาธิที่พบ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับสัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์ เช่น สุนัขพันธุ์ Collie อาจมีความไวต่อยาบางชนิดเป็นพิเศษ การให้ยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแพ้หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
สามารถเกิดขึ้นได้
เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปทำให้พยาธิตายหรือเป็นอัมพาตและหลุดออกมาพร้อมกับการขับถ่าย
แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นที่ขับถ่ายทันที เพื่อป้องกันพยาธิกลับไปติดซ้ำ
พยาธิบางชนิด เช่น พยาธิปากขอและพยาธิตัวกลม สามารถติดต่อสู่คนได้
ผ่านการสัมผัสอุจจาระหรือดินที่มีไข่พยาธิปนเปื้อน
การถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่แค่เพื่อตัวสัตว์เลี้ยงเอง แต่ยังทำเพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในบ้านด้วย
จองคิว / ปรึกษาเพิ่มเติม
หากต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายพยาธิหรือการป้องกันปรสิตให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยง สามารถติดต่อผ่าน LINE จองคิวออนไลน์ หรือโทรติดต่อคลินิกได้ตามความสะดวก
หากมีอาการผิดปกติหรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน แนะนำให้ติดต่อคลินิกทางโทรศัพท์
